Kochi รอบแรกภาคสอง


หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติของ Katsurahama จนพอใจแล้ว ผมก็พากันไปชมอควาเรี่ยมกันบ้าง

ที่นี่แม้จะไม่ใหญ่ แต่เพนกวินก็มีนะครับ

แมวน้ำก็มี ครบเครื่องอควาเรี่ยมเลยทีเดียว

เขาไม่มีแสดงอะไร แต่สามารถเดินเข้าไปดูเขาให้อาหารใกล้ๆ ได้ครับ

ที่ผมชอบที่สุดคือตรงนี้ เขาให้เอาเงินใส่กล่องแล้วหยิบได้เลยครับ แต่หยิบอะไรไปทำอะไร มาดูกันครับ

ที่นี่มีเต่าทะเลด้วยครับ แต่ที่เด็ดคือ...

อาหารในตู้เย็น เอามาคีบให้เต่ากิน ป้อนกันที่ปากเลยครับ เป็นกิจกรรมที่เด็กๆ น่าจะสนุก เพราะผู้ใหญ่ก็เพลิน เวลาเต่ามางับปากดังกึบๆ

นอกจากนั้นก็เป็นตู้ปลาต่างๆ นาๆ ครับ

อันนี้ทีเด็ด นอกจากจะมีปลาแสดงด้วย ยังมีสอนแล่ปลาหรืออะไรสักอย่างด้วยครับ ตกลงน่าจะเน้นทั้งอนุรักษ์และรับประทาน

จากนั้นมาต่อกันที่ร้าน Yasukiya ร้านนี้เป็นอุด้งที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมาเลยครับ อันอุด้งนี้ มีที่มาจาก Shikoku นี่เอง และร้านนี้ถือเป็นร้านเด็ดของที่นี่เลยทีเดียว

บรรยากาศร้าน รู้สึกว่าคนโพกหัวหันหลังคือเจ้าของร้าน

เมนูเจ๋งของเขาคือ bukake udon อร่อยเหาะชนิดอนากบินออกไปโคจรรอบโลกแล้วลงมายกนิ้วโป้งให้เลยทีเดียว เจ้าของร้านเขาเป็นอดีตนักปั่น พอเช้าๆ ปั่นเสร็จ ก็มานวดป้งทำเส้น เลยได้เส้นใหม่ๆ ทุกวัน ซึ่งผมทานแล้วก็รับรู้ได้ถึงความแตกต่าง มีความกรุบ เด้งๆ อร่อยมากจนอยากโพสต์เพิ่ม แต่สำหรับทริปนี้ถ่ายมาแค่นี้ครับ ทริปต่อไปผมจัดหนัก ทุกขุมขนอุด้งเลย

จากนั้นเราขับรถเข้าเมืองอีกที แล้วขึ้นเขาเตี้ยๆ เพื่อมาที่นี่ มองทะลุรถสีแดงไป จะเห็นอาคารทรงกล่องเล็กๆ นั่น มันคือสตูดิโอของ Teppe มือเบสของ Kyas เพื่อนผม เขาจะมาซักซ้อมกันเล็กน้อย ว่าคืนนี้จะแสดงอะไรกันดี

อันนี้บ้านหลังตรงข้าม บ้านญี่ปุ่นใหม่ๆ กระทัดรัดแต่น่าอยู่ดีครับ ผมชอบ นี่ก็อยากจะทำแบบนี้ที่ไทยบ้าง แต่กำลังศึกษาข้อมูลอยู่ ที่ใกล้เคียงสุดเห็นจะมีของ SCG Heim แต่มันก็ยังไม่ตอบโจทย์ผมทุกข้อ เลยต้องค้นคว้าไปก่อน

ทางเข้าสตูดิโอ มีเบสและอูคูเลลเ่วางรอให้เขามาเปิดห้อง ผมชอบสีประตู ที่ตัดกับสีปูนๆ ของตัวอาคารดี มันไม่ต้องมีอะไรมาก แต่เท่

สองคนตั้งใจซ้อม ตรงประเด็น ไม่คุยเล่นหรือทำอย่างอื่นที่ไร้สาระ ผมนั่งดูอยู่ เห็นประสิทธิภาพของคนญี่ปุ่น ที่ตั้งใจทำอะไร ก็ทำจริงๆ เวลาแค่ไม่นานก็สามารถเตรียมการแสดงสำหรับคืนนี้ได้เสร็จ จากนั้นทั้งคู่ก็กลับไปทำงานของตัวเอง ก่อนจะมาเจอกันคืนนี้

ซ้อมเสร็จเพื่อนผมต้องไปทำงาน มีนักเรียนมารอเรียนอูคูเลเล่อยู่เพียบ จึงได้เวลาเข้าโรงเรียน สอนกันยาวหลายชั่วโมงผมเลยถือโอกาสสำรวจร้านอูคูเล่สักหน่อย เลยเจอโปสเตอร์งานคืนนี้ด้วย

อูคูเลเล่มีแต่ของดีๆ ขึ้นมา พวกอูคูเลเล่รากหญ้าจะหาที่ญี่ปุ่นได้ยากมาก คนที่นี่จะใช้ของค่อนข้างมีคุณภาพ ซึ่งก็จะทำให้เล่นสบาย เสียงเพราะดีกว่าแบบกากๆ เรียกว่าจะเล่นทั้งที ก็ใช้ให้ได้มาตรฐานกันเลย ไม่ใช่หาของถูกๆ แล้วก็ไม่ประทับใจเวลาเล่น เพราะเสียงทึบและเล่นยาก แถมเพี้ยนตลอดเวลา ซึ่งนั่นคือปัญหาที่เกิดในบ้านเรา ทว่ามาที่ ริบบี ก็จะมีแต่ของดีๆ นะครับขอบอก

เนื่องจากมีเวลาว่างหลายชั่วโมง ผมเลยออกมาเดินข้างนอก เดินไปจนถึงสถานีรถไฟ Kochi พบรูปปั้นบุคคลสำคัญของที่นี่ แต่ผมรู้จักแต่ Ryoma คนกลาง ใครแก่พอจะคุ้นเคยกับมังงะเรื่องนี้ ที่สำนักพิมพ์หมึกจีนเอามาพิมพ์ขายแบบเถื่อนๆ อ่านสนุกครับ เป็นเรื่องจริงของบุคคลที่มีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น

อากาศหนาวๆ ของเดือนธันวาคมหนาวไม่ใช่เล่น แต่ผมชอบความหนาว และชอบเดิน เลยจะเดินไปเรื่อยๆ ผ่านคลองที่มีน้ำใสเห็นปลาว่าย ไปจนถึงตลาดฮิโรเมะที่ไปเมื่อวาน

เนื่องจากเมืองนี้มีของดีคือปลาวาฬ ทั้งออกเรือไปชมปลาวาฬ และเนื้อปลาวาฬ ที่นี่เลยมีอะไรๆ เป็นปลาวาฬเต็มไปหมด ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะอนุรักษ์หรือรับประทาน แต่ป้ายและศิลปะต่างๆ ที่นำปลาวาฬมาเป็น theme ก็น่ารักดีครับ

เดินมาเจออาหารเด็ดของที่นี่วางโชว์ไว้อีก เลยถ่ายเก็บไว้ ทางขวาคือ Katsuo no tataki จานเด็ดที่ใครมาที่นี่ห้ามพลาด

ไฮไลต์อีกอย่างของ Kochi คือสะพานแห่งนี้ ถ้านี่เป็นหนังสือ ผมจะไปเปิดหาชื่อ แต่นี่มันแค่ blog ผมจะไม่ขวนขวาย เพราะผมลืมชื่อไปแล้ว นี่คือสะพานดั้งเดิมเก่าแก่ของที่นี่ ที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ และกลายเป็นจุดท่องเที่ยวไป

เขาเล่าสืบทอดกันมาว่า บนสะพานแห่งนี้ มีสาวคนหนึ่ง มาปิ๊งกับพระองค์หนึ่งขณะข้ามสะพานนี้ จนเกิดเป็นตำนานรักขึ้นมา เอ้าจำชื่อได้แล้วครับ ที่นี่คือ Harimayabashi ของดีของที่นี่อีกหนึ่งจุด ผมเดินมาเอง จะได้ถึง Kochi โดยสถาพร

บุคคลสำคัญของที่นี่ Ryoma สุดยอดซามุไรผู้เปลี่ยนแปลงญี่ปุ่นไปตลอดกาล จะเปลี่ยนอย่างไร ท่านไปค้นหาเอง เบื้องต้นผมขอเกริ่นแค่ว่าถ้าใครมาที่นี่ จะพบเขาได้ทุกมุมเมืองครับ

เดินไปเดินมา เติมพลังสำรองด้วยของหวานญี่ปุ่นสักหน่อย ร้านนี้ขายของหวานอย่างเดียว

อากาศหนาวๆ ได้ทานอะไรเย็นๆ เข้าไป แหมมันช่างสั่นดีจริงๆ บอกแล้วผมชอบความยะเยือก จะให้ทานอะไรอุ่นๆ ได้ไง เดี๋ยวร่างกายปรับตัวไม่ทัน :)

ตัดภาพมาที่สถานที่จัดงานครับ เราจัดงานกันที่บาร์เล็กๆ ที่เล็กโคตรๆ ชนิดน่าอัศจรรย์ใจ ชื่อว่า Salvador ตั้งอยู่ชั้นสามของตึกเล็กๆ นี้ ใช้ทางขึ้นเดียวกับร้านนวดเท้า ขลังไหมล่ะ

บาร์เขาครบครัน ทั้งร้านมีบาร์เทรเดอร์คนเดียวจบ ปกติจะมีลูกค้ามานั่งดื่มไปคุยไปกับบาร์เทนเดอร์ แต่คืนนี้จะคึกครื้นไปด้วยผู้คน 50−60คนอัดแน่นกันในห้องเล็กๆ นี้

เมื่อหันหลังให้บาร์ ก็จะเห็นภาพนี้ แคบจริงครับ แต่น่านั่งอยู่เหมือนกัน

มาก่อนงานเริ่ม เพื่อจัดที่จัดทาง ผมยังงงว่าจะนั่งอย่างไรพอ แต่ผมมาดูก็เข้าใจ ว่าเขาจัดให้ชมกันแบบเผาขน แถวหน้าหายใจรดนักดนตรีกันเลยทีเดียว

นี่ห้องน้ำของเขาครับ แนวเหลือเกินชิมิ

เมนูเครื่องดื่ม และเวลาเปิด เปิดดึกดีไหมครับนี่

คนมาแน่นแล้ว ตรงที่ Kyas ยืนทำหน้างงนั่นคือสิ่งที่เขาจะให้เป็นบริเวณเวทีล่ะครับ

ภาพนี้ตอนผมอัพโหลด ผมนึกว่าเป็นภาพตอนแสดง แต่มันดันไม่ใช้ ตอนอัพมันเล็ก มองไม่ชัด ผมเลยจะไม่ได้โชว์ภาพตอนแสดงให้เห็นนะครับ เอาภาพนี้ไปแทน 555

นี่คือจบการแสดงแล้ว เป็นช่วงขายแผ่นและแจกลายเซ็นต์ โดยรายได้ทั้งหมดมอบให้โรงเรียนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมที่อยุธยา

เงินทั้งหมดที่ได้มา ไม่ใช่น้อยนะครับ รู้สึกจะแถวๆ 50,000 บาทไทยเลยทีเดียว งานเล็กๆ แต่คนเขาใจกว้างครับ

ในงานมีการเสริฟต้มยำกุ้งให้ฟรีด้วย คนทำคือแฟนเพลงคนหนึ่ง ที่ชอบอาหารไทย เขาทำรสชาดออกมาเหมือนเลย แต่เวลาทานดันทานแบบซุป ซดกันโฮกฮาก เผ็ดกันสุดฤทธิเลยครับ ไม่มีข้าว ไม่มีน้ำ กินไปหน้าแดง เหงื่อออกกันไป เหมาะกับหน้าหนาวแบบนี้จริงๆ เพื่อนบอกว่าที่ Kochi ไม่มีร้านอาหารไทยแท้ๆ ร้านที่มีนั้นถึงจะชื่อว่าร้านอาหารไทย แต่เจ้าของเป็นเนปาล และขายอาหารไม่ไทยแท้ การได้ทานอาหารไทยจึงเป็นอะไรที่ฟิน (และล่าสุดร้านอาหารไทยโดยคนเนปาลก็ปิดไปแล้ว)

กว่าจะเสร็จงานก็ดึกดื่นเต็มที เรายังไม่ได้กินอะไร เลยมาซดราเมงกันง่ายๆ ก่อนแยกย้ายกันไปนอน พรุ่งนี้จะเป็นวันแห่งการท่องเที่ยว ก่อนที่ผมจะกลับเมืองไทยตอนหัวค่ำ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ...


Follow Us
  • Twitter Basic Black
  • Facebook Basic Black
  • Google+ Basic Black
Recent Posts